top of page

ทำความเข้าใจ IEC 61000-4-30: มาตรฐานคุณภาพไฟฟ้า

  • รูปภาพนักเขียน: truewatts
    truewatts
  • 21 ก.ค. 2568
  • ยาว 1 นาที

อัปเดตเมื่อ 11 ม.ค.

IEC 61000-4-30 คืออะไร?


IEC 61000-4-30 เป็นมาตรฐานที่กำหนดวิธีการวัดและพารามิเตอร์ของเครื่องมือวัดคุณภาพไฟฟ้า สำหรับระบบไฟฟ้าที่ทำงานที่ความถี่พื้นฐาน 50 Hz หรือ 60 Hz มาตรฐานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เครื่องมือวัดคุณภาพไฟฟ้าจากผู้ผลิตที่แตกต่างกัน ใช้นิยามและเทคนิคการวัดที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน (การติดตามตรวจสอบคุณภาพไฟฟ้า) โดยอ้างอิงจากพารามิเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพไฟฟ้า พารามิเตอร์เหล่านี้ประกอบด้วย แรงดันตก (sag), แรงดันเกินชั่วคราว (swell), ความถี่, การขัดข้องของไฟฟ้า (interruption), ฟลิกเกอร์ (flicker), ความไม่สมดุลของแรงดัน (unbalance), ฮาร์มอนิกส์ (harmonics), อินเตอร์ฮาร์มอนิกส์ (interharmonics) และย่านความถี่ 2 kHz–150 kHz.


ความสำคัญของการตรวจวัดคุณภาพไฟฟ้า


การตรวจวัดคุณภาพไฟฟ้ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาความเชื่อถือได้และประสิทธิภาพของระบบไฟฟ้า คุณภาพไฟฟ้าที่ไม่ดีอาจนำไปสู่การทำงานผิดปกติของอุปกรณ์ การเพิ่มขึ้นของต้นทุนพลังงาน และอาจก่อให้เกิดอันตรายด้านความปลอดภัยได้ การปฏิบัติตามมาตรฐานอย่าง IEC 61000-4-30 ช่วยให้องค์กรมั่นใจได้ว่าเครื่องมือวัดที่ใช้งานให้ข้อมูลที่ถูกต้องและมีความสม่ำเสมอ ความสม่ำเสมอของข้อมูลนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการวิเคราะห์และแก้ไขปัญหา รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบไฟฟ้า.


พารามิเตอร์หลักของคุณภาพไฟฟ้า

การทำความเข้าใจพารามิเตอร์หลักที่กำหนดไว้ใน IEC 61000-4-30 เป็นสิ่งจำเป็นต่อการตรวจวัดคุณภาพไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยพารามิเตอร์สำคัญมีดังต่อไปนี้:


  • Sag: การลดลงของแรงดันไฟฟ้าชั่วคราว

  • Swell: การเพิ่มขึ้นของแรงดันไฟฟ้าชั่วคราว

  • Frequency: ความถี่

  • Interruption: การสูญเสียแรงดันไฟฟ้าโดยสมบูรณ์

  • Flicker: การแกว่งของแรงดันไฟฟ้าที่ทำให้แสงไฟกะพริบ

  • Unbalance: สภาวะที่แรงดันหรือกระแสไฟฟ้าในแต่ละเฟสไม่เท่ากัน

  • Harmonics: ความเพี้ยนของรูปคลื่นแรงดันหรือกระแสไฟฟ้า

  • Interharmonics: ความถี่ที่ไม่เป็นจำนวนเท่าของความถี่พื้นฐาน


คลาสของมาตรฐาน IEC 61000-4-30


มาตรฐาน IEC 61000-4-30 แบ่งออกเป็น 2 คลาส ได้แก่

Class A: เครื่องมือวัดที่เป็นไปตามข้อกำหนดของ Class A จะให้ผลการวัดที่สอดคล้องกันเมื่อทำการวัดสัญญาณเดียวกัน คลาสนี้เป็นระดับที่มีข้อกำหนดด้านประสิทธิภาพและความแม่นยำสูงที่สุด และเหมาะสำหรับกรณีที่อาจมีข้อโต้แย้งหรือข้อพิพาทเกิดขึ้น

Class S: เครื่องมือวัดที่เป็นไปตามข้อกำหนดของ Class S เหมาะสำหรับการสำรวจเชิงสถิติ และกรณีที่ไม่เกี่ยวข้องกับข้อโต้แย้ง ข้อกำหนดด้านความแม่นยำและประสิทธิภาพของ Class S จะเข้มงวดน้อยกว่า Class A


ประโยชน์ของการปฏิบัติตามมาตรฐาน IEC 61000-4-30

การปฏิบัติตามมาตรฐาน IEC 61000-4-30 ให้ประโยชน์หลายประการ ได้แก่

  • ความสอดคล้องของผลการวัด (Consistency): ช่วยให้เครื่องมือวัดจากผู้ผลิตที่แตกต่างกันให้ผลการวัดที่สามารถเปรียบเทียบกันได้

  • ความแม่นยำ (Accuracy): ความแม่นยำของการวัดที่สูงช่วยให้การตัดสินใจมีประสิทธิภาพมากขึ้น

  • ความเชื่อถือได้ (Reliability): ลดความเสี่ยงของความเสียหายหรือการทำงานผิดปกติของอุปกรณ์ที่เกิดจากคุณภาพไฟฟ้าที่ไม่ดี

  • การทำให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน (Standardization): ช่วยให้การสื่อสารและความเข้าใจระหว่างผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมไฟฟ้าเป็นไปในทิศทางเดียวกัน


สรุป

โดยสรุป มาตรฐาน IEC 61000-4-30 เป็นมาตรฐานที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการรับรองคุณภาพของการวัดทางไฟฟ้า การทำความเข้าใจและนำมาตรฐานนี้ไปใช้งาน ช่วยให้องค์กรสามารถยกระดับการตรวจวัดคุณภาพไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ระบบไฟฟ้ามีประสิทธิภาพและความเชื่อถือได้สูงขึ้น

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตรวจวัดคุณภาพไฟฟ้า สามารถเยี่ยมชมได้ที่ Power Quality Monitoring.


ความคิดเห็น


©2026 - 2027 | ทรูวัตต์ | สงวนลิขสิทธิ์

bottom of page