คุณอาจประหยัดค่าไฟได้มากกว่าที่คิด…แค่คุมช่วงเวลาสั้น ๆ
- Truewatts
- 5 เม.ย.
- ยาว 1 นาที
อัปเดตเมื่อ 20 เม.ย.

ในการเริ่มต้นพูดถึง “การประหยัดพลังงาน”คำถามแรกที่ควรถามอาจไม่ใช่ว่า จะลดอย่างไร
แต่คือ👉 คุณเข้าใจโครงสร้างการคิดค่าไฟแล้วจริงหรือยัง
แม้คำถามนี้จะดูเป็นเรื่องพื้นฐานสำหรับบางคนแต่ในหน้างานจริง ผู้ที่ต้องดูแลค่าไฟฟ้าไม่ได้มีพื้นฐานด้านพลังงานโดยตรงเสมอไป
และหากยังไม่เข้าใจโครงสร้างค่าไฟอย่างชัดเจนการดำเนินโครงการประหยัดพลังงานอาจกลายเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุด
📌 จากบทความก่อนหน้าที่ได้เคยเกริ่นไว้เนื้อหาทั้งหมดถูกตั้งใจให้เข้าถึงผู้ที่เกี่ยวข้องในทุกระดับโดยเฉพาะผู้ที่ต้องรับผิดชอบค่าไฟฟ้าในองค์กรแม้จะไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง
บทความนี้จึงขอเริ่มต้นจาก “พื้นฐานที่สำคัญ”ก่อนจะไปสู่เรื่องที่ซับซ้อนมากขึ้น เช่น OEE, IoT หรือระบบอัตโนมัติ
💡 บทความนี้ถูกตั้งใจให้เป็นทั้งข้อมูลและอีกหนึ่งมุมมองที่อาจช่วยจุดประกายแนวคิดในการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในแบบที่เข้าใจง่าย และสามารถนำไปปรับใช้ได้จริงโดยไม่จำเป็นต้องเริ่มจากสิ่งที่ซับซ้อนเสมอไป
📊 โครงสร้างค่าไฟฟ้า (ภาพรวม)
โดยทั่วไป การคิดค่าไฟฟ้าประกอบด้วย:
🔹 ค่าไฟฟ้าฐาน
ค่าความต้องการไฟฟ้า (Demand charge: บาท/kW)
ค่าพลังงานไฟฟ้า (Energy charge: บาท/หน่วย)
ค่าบริการ (บาท/เดือน)
🔹 ค่า Ftซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนพลังงานที่อยู่นอกเหนือการควบคุม
🔹 ค่า VAT
🔹 ค่าปรับพลังงานรีแอคทีฟกรณีมีการใช้เกินเกณฑ์ที่กำหนด
🎯 ประเด็นสำคัญ: ค่าความต้องการพลังไฟฟ้า (Demand)
ในบทความนี้ เราต้องการแบ่งปันประสบการณ์จากการเข้าไปช่วยลูกค้าลดค่าไฟฟ้าโดยเน้นที่ “ค่าความต้องการพลังไฟฟ้า (Demand)”
ซึ่งหมายถึง👉 ค่าความต้องการพลังไฟฟ้าเฉลี่ยในช่วงเวลา 15 นาทีที่สูงที่สุดของเดือน
พูดง่าย ๆ คือ
❗ จัดการการใช้พลังงานแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ อาจทำให้ประหยัดเงินได้มากกว่าที่คิด
🏭 กรณีศึกษา (Case Study)
ลูกค้าของเราเป็นโรงงานขนาดใหญ่ที่ต้องการลดค่าไฟ แต่ยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มจากจุดใด
หลังจากวิเคราะห์ Load Profileพบว่ามีช่วงเวลาหนึ่งที่ค่า Demand สูงถึง 288 kWโดยเกิดขึ้นในช่วงเที่ยง ซึ่งมีการใช้งานโหลดพร้อมกันโดยไม่จำเป็น
จากการศึกษารายละเอียดพฤติกรรมการทำงานของอุปกรณ์ร่วมกับทีมของลูกค้าจึงได้มีการกำหนดแนวทางในการควบคุมการใช้งาน
👉 โดยตั้งเป้าหมายลด Demand ลงเหลือ 180 kW
ลูกค้ารายนี้อยู่ในอัตราประเภท 3 – TOUระดับแรงดัน 22–33 kVโดยมีอัตราค่าความต้องการไฟฟ้า 132.93 บาท/kW
จากการปรับปรุงดังกล่าวสามารถลดค่า Demand ลงได้ 108 kW
ส่งผลให้สามารถลดค่าใช้จ่ายได้ประมาณ:
💸 14,355 บาทต่อเดือน
💸 172,260 บาทต่อปี
⚙️ แนวทางที่ใช้
แนวทางที่นำเสนอไม่ได้ซับซ้อนเป็นการใช้ระบบแจ้งเตือน (Alert) แบบ Real-time
🚨 เมื่อค่า Demand เข้าใกล้ค่าที่กำหนดระบบจะแจ้งเตือนให้ผู้ปฏิบัติงานรับทราบ
เพื่อให้สามารถบริหารจัดการโหลดได้ทันเวลา
ก่อนหน้านี้ ลูกค้ายังไม่มีการติดตามค่า Demand อย่างใกล้ชิดแต่เมื่อมีระบบ Monitoring เข้ามาช่วย
👉 ทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถมองเห็นข้อมูล
👉 และให้ความร่วมมือในการควบคุมการใช้งานได้ดีขึ้น
📌 สิ่งที่สำคัญคือโครงการนี้
ไม่ได้ใช้ระบบอัตโนมัติ
ไม่ได้ลงทุนขนาดใหญ่
แต่เป็นการใช้
👉 ข้อมูล + การจัดการ
และสามารถคืนทุนได้ภายใน
👉 ระยะเวลาน้อยกว่า 1 ปี
🧠 ข้อสรุป
โรงงานจำนวนไม่น้อยมีระบบตรวจวัดพลังงานอยู่แล้ว
แต่ยังไม่ได้ใช้ข้อมูลเหล่านั้นอย่างเต็มประสิทธิภาพ
การลดค่าไฟฟ้าไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการลงทุนจำนวนมากเสมอไป
บางครั้ง
👉 การเข้าใจโครงสร้างค่าไฟ และใช้ข้อมูลที่มีอยู่ให้ถูกต้องก็สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ชัดเจนได้
หรือหากมีการลงทุนเพิ่มเติมก็ควรเป็นการลงทุนที่เหมาะสมและตอบโจทย์การใช้งานจริง
📌 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
📧 Email Info@truewatts.co.th
📞 Phone +66-4409-6362




ความคิดเห็น